top of page
ค้นหา

Ethical Hacker คืออะไร?

  • รูปภาพนักเขียน: HKT
    HKT
  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

Cybersecurity

ในยุคที่ทุกธุรกิจขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล การโจมตีทางไซเบอร์ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ SME หรือ Startup ในประเทศไทย ต่างก็มีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีผ่านเว็บไซต์ ระบบภายใน หรือแม้แต่บัญชีโซเชียลมีเดีย

คำถามสำคัญคือ:ธุรกิจของคุณพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์แล้วหรือยัง?

นี่คือเหตุผลที่ Cybersecurity และ Ethical Hacker กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรยุคดิจิทัล

Ethical Hacker คืออะไร?

Ethical Hacker หรือที่เรียกว่า White Hat Hacker คือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้ทำการทดสอบระบบขององค์กรเพื่อค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

ต่างจาก Black Hat Hacker ที่มีเจตนาโจมตีหรือขโมยข้อมูล Ethical Hacker ทำหน้าที่จำลองการโจมตีในรูปแบบควบคุม เพื่อค้นหาจุดอ่อนก่อนที่ผู้ไม่หวังดีจะพบเจอ

เป้าหมายหลักคือ:

  • ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล

  • ลดความเสี่ยงด้านการเงิน

  • ปกป้องชื่อเสียงองค์กร

  • ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมาย เช่น PDPA

Cybersecurity Thailand: ทำไมองค์กรไทยต้องจริงจังมากขึ้น

ประเทศไทยมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตและระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้ง E-Commerce, Online Banking, SaaS และ Cloud Infrastructure

เมื่อการใช้งานเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นตาม

สถิติทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า:

  • การโจมตีแบบ Phishing เพิ่มขึ้นทุกปี

  • ธุรกิจขนาดเล็กเป็นเป้าหมายง่ายที่สุด

  • 60% ของบริษัทที่โดนโจมตีรุนแรง อาจปิดกิจการภายใน 6 เดือน

การลงทุนใน Cybersecurity จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือ “การป้องกันความเสียหายระยะยาว”

Penetration Testing คืออะไร?

Penetration Testing หรือ Pentest คือกระบวนการทดสอบเจาะระบบอย่างมีจริยธรรม โดยผู้เชี่ยวชาญจะจำลองพฤติกรรมของแฮกเกอร์ เพื่อค้นหาช่องโหว่ที่สามารถถูกโจมตีได้

ประเภทของ Pentest ที่พบบ่อย:

1. Web Application Penetration Testing

ตรวจสอบช่องโหว่เว็บไซต์ เช่น:

  • SQL Injection

  • Cross-Site Scripting (XSS)

  • Broken Authentication

  • Insecure Direct Object Reference

2. Network Penetration Testing

ตรวจสอบระบบเครือข่าย เช่น:

  • Firewall Configuration

  • Open Ports

  • Internal Network Security

3. API Security Testing

ตรวจสอบความปลอดภัยของ API ที่เชื่อมต่อระบบต่าง ๆ

4. Mobile Application Testing

ทดสอบแอปพลิเคชัน iOS / Android

หลังจากทดสอบเสร็จ จะมีรายงานระบุ:

  • ระดับความเสี่ยง (Critical / High / Medium / Low)

  • คำอธิบายช่องโหว่

  • วิธีแก้ไขอย่างละเอียด

ความแตกต่างระหว่าง White Hat, Black Hat และ Gray Hat

ประเภท

จุดประสงค์

ถูกกฎหมายหรือไม่

White Hat

ป้องกันระบบ

ถูกกฎหมาย

Black Hat

โจมตี / ขโมยข้อมูล

ผิดกฎหมาย

Gray Hat

ไม่ได้ขออนุญาตก่อน

เสี่ยงผิดกฎหมาย

ธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยควรเลือกทำงานกับ White Hat เท่านั้น

5 เหตุผลที่ธุรกิจควรทำ Penetration Testing

1. ป้องกันข้อมูลลูกค้ารั่วไหล

ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงิน คือทรัพย์สินสำคัญ

2. ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA

การมีระบบป้องกันที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย

3. ลดต้นทุนระยะยาว

ค่าแก้ไขหลังโดนแฮกสูงกว่าค่าป้องกันหลายเท่า

4. เพิ่มความน่าเชื่อถือ

ลูกค้ามั่นใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าบริษัทมีมาตรการป้องกัน

5. ตรวจพบช่องโหว่ก่อนผู้ไม่หวังดี

การรู้ก่อน = แก้ไขก่อน = ปลอดภัยกว่า

ธุรกิจประเภทไหนควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ?

  • E-Commerce

  • ธุรกิจที่เก็บข้อมูลสมาชิก

  • บริษัทที่ใช้ระบบ Cloud

  • SaaS / Startup Tech

  • ธุรกิจการเงิน

แม้แต่ SME ก็เป็นเป้าหมายของการโจมตีเช่นกัน เพราะมักมีระบบป้องกันที่อ่อนแอกว่าองค์กรใหญ่

แนวทางป้องกันเบื้องต้นที่ทุกองค์กรควรทำ

แม้จะยังไม่ทำ Pentest ทันที คุณควรเริ่มต้นด้วย:

  • ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง

  • เปิดใช้งาน Two-Factor Authentication

  • อัปเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ

  • สำรองข้อมูลเป็นประจำ

  • จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล

การเลือกบริษัท Cybersecurity ในประเทศไทยควรดูอะไร?

ก่อนจ้าง Ethical Hacker ควรตรวจสอบ:

  • มีขอบเขตการทำงานชัดเจน (Scope of Work)

  • มีสัญญารักษาความลับ (NDA)

  • ใช้มาตรฐานสากล เช่น OWASP

  • มีรายงานที่เข้าใจง่าย

  • ให้คำแนะนำหลังการแก้ไข

การเลือกผู้ให้บริการที่มีความโปร่งใสและทำงานตามกฎหมาย คือสิ่งสำคัญที่สุด

 
 
 

ความคิดเห็น


รับประการทำงานว่าสำเร็จตามเป้าหมาย 100% และมีการคืนเงินตามเงื่อนไขทุกประการ รับประกันโดยทีมงานของทางเรา ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ทางเว็ปไซต์

bottom of page