วิธีเช็ก LINE ซ้อน! ตรวจสอบประวัติการเข้าใช้งานบนคอมพิวเตอร์และ iPad พร้อมวิธีสั่ง Log out ทันทีผ่านมือถือ
- HKT

- 7 มิ.ย.
- ยาว 2 นาที
ยุคที่ข้อมูลส่วนตัวสำคัญที่สุด: ทำไมเราต้องเช็กการใช้งาน LINE อยู่เสมอ
ในยุคปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอปพลิเคชัน LINE ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ในการพูดคุยติดต่อสื่อสารกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงเท่านั้น แต่หลายคนยังใช้ LINE ในการทำงาน ส่งเอกสารสำคัญ ดีลธุรกิจ รวมไปถึงการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ด้วยเหตุนี้ บัญชี LINE ของเราจึงเต็มไปด้วยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความสำคัญและเป็นความลับขั้นสุดยอด การดูแลความปลอดภัยของบัญชีจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามแม้แต่วินาทีเดียว
แต่ด้วยความสะดวกสบายของระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถล็อกอินใช้งานบัญชีเดียวกันบนอุปกรณ์อื่นๆ ควบคู่กันไปได้ เช่น คอมพิวเตอร์ (PC หรือ Mac) แท็บเล็ต (เช่น iPad) หรือแม้กระทั่งส่วนขยายบนเบราว์เซอร์อย่าง Google Chrome ความสะดวกนี้อาจกลายเป็นช่องโหว่ชิ้นโตหากเราขาดความระมัดระวัง เช่น มีคนแอบเอาบัญชีของเราไปล็อกอินทิ้งไว้ หรือเราลืมลงชื่อออกจากระบบในคอมพิวเตอร์สาธารณะ ทำให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงแชทส่วนตัวของเราได้แบบเรียลไทม์
ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวบน LINE เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง เพียงแค่สละเวลาสักนิดเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ที่กำลังเชื่อมต่อบัญชีของคุณอยู่เป็นประจำ
ภัยเงียบจากการถูกสวมรอยหรือแอบล็อกอิน LINE ซ้อนโดยไม่รู้ตัว
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า LINE อนุญาตให้เราล็อกอินในคอมพิวเตอร์หรือ iPad ไปพร้อมกับการใช้งานบนมือถือได้ และที่น่ากลัวคือ หากมีใครบางคนสามารถเข้าถึงรหัสผ่านของคุณ หรือแอบสแกน QR Code จากโทรศัพท์มือถือของคุณได้เพียงครั้งเดียว พวกเขาจะสามารถอ่านข้อความที่คุณคุยกับคนอื่นได้ตลอดเวลาเสมือนเป็นตัวคุณเอง โดยที่คุณอาจจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ เลยบนหน้าจอมือถือหลักของคุณ
หากมีบุคคลอื่นเข้าถึงบัญชี LINE ของคุณได้สำเร็จ ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นมีดังต่อไปนี้:
การถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรงจากการแอบอ่านข้อความแชท รูปภาพ และไฟล์งานส่วนตัว
ความเสี่ยงเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลทางการเงิน เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต หรือสลิปโอนเงินที่เคยส่งในห้องแชท
ความลับของบริษัทหรือข้อมูลของลูกค้าอาจรั่วไหล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานและความน่าเชื่อถือของคุณ
การโดนสวมรอยส่งข้อความไปขอยืมเงินจากเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนและเสียทรัพย์สิน
สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้อื่นสามารถเข้าใช้งานบัญชี LINE ของเราได้
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีแก้ไข เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า บัญชี LINE ของเรานั้นสามารถหลุดไปอยู่ในมือของคนอื่นได้อย่างไร เพื่อที่จะได้ระมัดระวังและป้องกันตัวเองได้ตรงจุดมากขึ้นในอนาคต โดยสาเหตุหลักๆ มักเกิดจากพฤติกรรมและความประมาทเลินเล่อดังนี้:
การลืมกดลงชื่อออกจากระบบ (Log out) หลังจากใช้งานเสร็จบนคอมพิวเตอร์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ส่วนรวม หรือคอมพิวเตอร์ของสถานศึกษา
การตั้งรหัสผ่านของบัญชี LINE ที่ง่ายเกินไป เช่น วันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์ หรือการใช้รหัสผ่านเดียวกับแอปพลิเคชันอื่นๆ จนทำให้ผู้ไม่หวังดีสุ่มเดาได้ง่าย
การเผลอสแกน QR Code บนหน้าเว็บไซต์ปลอม หรือลิงก์หลอกลวงที่ส่งมาทาง SMS หรืออีเมลฟิชชิ่ง (Phishing) ซึ่งหลอกว่าเป็นหน้าต่างอัปเดตระบบของ LINE
บุคคลใกล้ชิด เช่น เพื่อน แฟน หรือคนในครอบครัว แอบหยิบโทรศัพท์มือถือของคุณไปใช้งานแล้วกดยอมรับการเข้าสู่ระบบบนอุปกรณ์อื่นโดยที่คุณไม่รู้ตัว
วิธีเช็กอุปกรณ์ที่แอบล็อกอิน LINE และขั้นตอนสั่ง Log out ทันทีผ่านโทรศัพท์มือถือ
หากคุณกำลังสงสัยว่ามีใครบางคนกำลังแอบสะกดรอยหรืออ่านแชทของคุณอยู่ ไม่ต้องตื่นตระหนกไปครับ เพราะระบบของ LINE มีฟังก์ชันที่ช่วยให้เราตรวจสอบรายชื่ออุปกรณ์ทั้งหมดที่กำลังเข้าใช้งานบัญชีของเราอยู่ ณ ปัจจุบันได้อย่างละเอียด และที่สำคัญที่สุดคือเราสามารถเลือกสั่งตัดการเชื่อมต่อหรือ 'เตะ' อุปกรณ์เหล่านั้นออกจากระบบได้ทันทีผ่านโทรศัพท์มือถือของเรา โดยให้ทำตามขั้นตอนอย่างละเอียดดังต่อไปนี้:
เปิดแอปพลิเคชัน LINE บนโทรศัพท์มือถือของคุณ (ใช้ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android)
จากหน้าต่างใดก็ได้ ให้กดไปที่แท็บหน้าหลัก (Home) ซึ่งจะอยู่บริเวณมุมซ้ายล่างสุดของหน้าจอ
ให้สังเกตที่มุมขวาบนของหน้าจอ จะมีไอคอนตั้งค่ารูปฟันเฟือง (Settings) ให้แตะเข้าไปที่ไอคอนนั้นหนึ่งครั้ง
ในหน้าการตั้งค่า ให้เลื่อนลงมาเล็กน้อยแล้วเลือกเมนู 'บัญชี' (Account)
จากนั้นให้มองหาและเลือกเมนูที่ชื่อว่า 'อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ' (Devices)
เมื่อกดเข้ามาแล้ว ระบบจะแสดงรายการอุปกรณ์ทั้งหมดที่กำลังเข้าใช้งานบัญชี LINE ของคุณอยู่ในขณะนั้น โดยจะระบุรายละเอียดชัดเจน เช่น ระบบปฏิบัติการ (Windows, macOS, iPadOS) และช่วงเวลาที่เข้าใช้งานล่าสุด
หากคุณพบรายชื่ออุปกรณ์ที่แปลกปลอม หรือเป็นอุปกรณ์ที่คุณไม่คุ้นเคย ให้ทำการกดปุ่ม 'ออกจากระบบ' (Log out) ที่อยู่ทางด้านขวาของรายชื่ออุปกรณ์นั้นๆ ทันที
หากต้องการตัดการเชื่อมต่อจากทุกอุปกรณ์ในครั้งเดียว คุณสามารถเลือกกดปุ่มออกจากระบบให้กับทุกรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอได้เลย
คำแนะนำเพิ่มเติม: หลังจากที่คุณกด 'ออกจากระบบ' ให้กับอุปกรณ์แปลกปลอมเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้รีบทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) บัญชี LINE ของคุณทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีใช้ข้อมูลเดิมกลับเข้าสู่ระบบได้อีกรอบ
วิธีตั้งค่าป้องกัน LINE เพื่อไม่ให้โดนแอบล็อกอินซ้อนในอนาคต
การคอยตรวจสอบและสั่ง Log out เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในระยะยาวและการใช้งานที่อุ่นใจยิ่งขึ้น เราควรตั้งค่าระบบรักษาความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน LINE เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ล็อกอินซ้อนขึ้นมาอีก โดยสามารถทำได้ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้:
ปิดฟังก์ชันอนุญาตให้เข้าสู่ระบบ (Allow login): หากปกติแล้วคุณใช้งาน LINE เฉพาะบนโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียว และไม่มีความจำเป็นต้องล็อกอินในคอมพิวเตอร์หรือ iPad แนะนำให้ไปที่ ตั้งค่า (Settings) > บัญชี (Account) > จากนั้นเลื่อนปิดหัวข้อ 'อนุญาตให้เข้าสู่ระบบ' ทันที วิธีนี้จะปิดกั้นไม่ให้อุปกรณ์อื่นล็อกอินเข้าบัญชีของคุณได้ 100%
เปิดการแจ้งเตือนการเข้าสู่ระบบ: โดยปกติแล้วเมื่อมีการเข้าสู่ระบบ LINE บนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น ระบบจะส่งข้อความแจ้งเตือนสีเขียวจากบัญชีทางการของ LINE (LINE Official Account) เข้ามาที่ห้องแชทบนมือถือของคุณทันที หากได้รับการแจ้งเตือนทั้งๆ ที่คุณไม่ได้ใช้งาน ให้รู้ตัวทันทีว่ากำลังโดนบุกรุก
เปลี่ยนรหัสผ่านสม่ำเสมอ: ควรตั้งค่ารหัสผ่านใหม่ที่มีความซับซ้อน ประกอบไปด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษ และหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลส่วนตัวที่คาดเดาง่าย เช่น วันเกิด หรือเบอร์โทรศัพท์
เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (Two-Step Verification): ระบบจะบังคับให้ต้องกรอกรหัสยืนยันที่ส่งไปยังมือถือของคุณทุกครั้งเมื่อมีการล็อกอินบนอุปกรณ์เครื่องใหม่ เพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่มักทำจนทำให้บัญชี LINE ไม่ปลอดภัย
ในบางครั้ง ความเคยชินหรือความสะดวกสบายเล็กๆ น้อยๆ ในการใช้งานชีวิตประจำวัน ก็อาจเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างความเสียหายได้ง่ายขึ้น ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งคุณควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด:
การติ๊กเลือกช่อง 'เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ' (Auto Login) หรือ 'จดจำรหัสผ่าน' บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานร่วมกับผู้อื่น เช่น คอมพิวเตอร์ในออฟฟิศ หรือร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่
การปล่อยให้หน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดค้างไว้โดยไม่มีการล็อกหน้าจอ (Screen Lock) เมื่อจำเป็นต้องลุกออกไปทำธุระข้างนอกชั่วคราว
การกดยินยอมหรือส่งต่อรหัสยืนยันตัวตน (Verification Code) ที่ระบบส่งเข้ามาให้แก่ผู้อื่น ไม่ว่าคนคนนั้นจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ หรือเพื่อนสนิทก็ตาม
การคลิกลิงก์แปลกๆ ที่ส่งต่อกันมาในกลุ่มแชท หรือการเข้าสู่ระบบผ่านหน้าเว็บสแกน QR Code เพื่อร่วมกิจกรรมลุ้นรางวัลที่ดูไม่น่าเชื่อถือ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการล็อกอินและการใช้งาน LINE ซ้อน
เพื่อช่วยคลายข้อสงสัยและเพิ่มความเข้าใจในระบบรักษาความปลอดภัยของ LINE เราได้รวบรวมคำถามที่ผู้ใช้งานมักจะพบเจอและสงสัยกันมากที่สุดมาตอบให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้:
คำถาม: หากเรากดสั่งออกจากระบบ (Log out) จากมือถือแล้ว อุปกรณ์เครื่องนั้นจะสามารถแอบล็อกอินกลับเข้ามาใหม่ทันทีได้ไหม? คำตอบ: ไม่ได้ครับ เนื่องจากเมื่อเรากดสั่ง Log out แล้ว เซสชันการเชื่อมต่อของอุปกรณ์นั้นจะถูกตัดขาดทันที หากพวกเขาต้องการจะกลับเข้ามาใช้งานใหม่ จะต้องกรอกรหัสผ่านเดิมหรือทำการสแกน QR Code ใหม่อีกครั้งเท่านั้น ซึ่งหากคุณทำการเปลี่ยนรหัสผ่านควบคู่ไปด้วย พวกเขาก็จะไม่สามารถเข้าได้อีกเลย
คำถาม: คนที่แอบล็อกอิน LINE ในคอมพิวเตอร์ จะสามารถเห็นประวัติการคุยย้อนหลังของเราได้มากน้อยแค่ไหน? คำตอบ: หากพวกเขาสามารถเข้าสู่ระบบผ่านคอมพิวเตอร์หรือ iPad ได้สำเร็จ ระบบจะทำการซิงค์ประวัติการแชทย้อนหลังในระดับหนึ่ง (โดยปกติจะซิงค์ข้อความย้อนหลังประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน) ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถแอบอ่านข้อมูลการสนทนาส่วนใหญ่ของคุณได้เกือบทั้งหมด
คำถาม: ทำไมเปลี่ยนรหัสผ่าน LINE บนโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว แต่อุปกรณ์อื่นที่ล็อกอินค้างไว้ก่อนหน้านี้ยังสามารถพิมพ์คุยได้อยู่? คำตอบ: ในบางกรณี ระบบเชื่อมต่อของ LINE อาจจะยังไม่ตัดการทำงานในทันทีแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรหัสผ่านไปแล้ว ดังนั้น วิธีการที่ปลอดภัยที่สุดคือการเข้าไปที่เมนู 'อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ' แล้วกดสั่ง 'ออกจากระบบ' ด้วยตนเองทันทีหลังจากที่เปลี่ยนรหัสผ่านเสร็จเรียบร้อย
คำถาม: มีคนพยายามล็อกอินเข้าใช้บัญชีของเรา และระบบส่งรหัสผ่านมาทางโทรศัพท์ แต่เราไม่ได้เป็นคนทำรายการ ควรทำอย่างไร? คำตอบ: นั่นแสดงว่ารหัสผ่านของคุณอาจจะรั่วไหลและมีผู้ไม่หวังดีล่วงรู้แล้ว สิ่งที่ต้องทำทันทีคือ ห้ามส่งรหัสผ่านนั้นให้ใครเด็ดขาด และให้รีบเข้าไปที่หน้าตั้งค่าในมือถือเพื่อทำการเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัย
สรุปการดูแลความปลอดภัยบัญชี LINE ของคุณให้ห่างไกลจากผู้ไม่หวังดี
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลบนแอปพลิเคชัน LINE ไม่ใช่เรื่องยากหรือซับซ้อนอย่างที่ใครหลายคนคิด เพียงแค่เราต้องสร้างวินัยในการใช้งาน ใส่ใจกับข้อความแจ้งเตือนต่างๆ ที่ระบบส่งมา และหมั่นเข้าไปตรวจสอบหน้าต่าง 'อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ' เป็นประจำ เพื่อตรวจเช็กว่าไม่มีอุปกรณ์แปลกปลอมแอบสวมรอยใช้งานอยู่
นอกจากนี้ การปิดฟังก์ชัน 'อนุญาตให้เข้าสู่ระบบ' เมื่อไม่ใช้งาน และการหมั่นเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นเสมือนเกราะป้องกันชั้นดีที่จะช่วยดูแลข้อมูลส่วนตัวของคุณ แชทลับ และเอกสารสำคัญต่างๆ ให้ปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
อย่ารอช้า! เช็กความปลอดภัยบัญชี LINE ของคุณตอนนี้เลย
เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุดของคุณและคนที่คุณรัก อย่าลืมหยิบโทรศัพท์มือถือของคุณขึ้นมาตอนนี้ แล้วสละเวลาเพียงแค่ 1 นาที ทำตามขั้นตอนการตรวจสอบอุปกรณ์ที่เราแนะนำข้างต้น เพื่อให้มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า บัญชี LINE ของคุณไม่มีใครแอบมองหรือดักฟังข้อมูลอยู่ และสามารถใช้งานแชทได้อย่างสบายใจไร้กังวล!




ความคิดเห็น